หน้าแรก › on-device คืออะไร
ความรู้พื้นฐาน
ประมวลผลบนเครื่อง (on-device) คืออะไร และต่างจากคลาวด์อย่างไร
คำว่า on-device หรือ “ประมวลผลบนเครื่อง” หมายถึงการที่งานคำนวณเกิดขึ้นในคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้อยู่ ไม่ใช่บนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ในงานถอดเสียงเป็นข้อความ ความต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค เพราะสิ่งที่ถูกส่งออกไปประมวลผลคือไฟล์เสียงจริงของการประชุม การสัมภาษณ์ หรือบทสนทนากับลูกค้า หน้านี้อธิบายว่ามันต่างจากคลาวด์ตรงไหน ได้อะไร และต้องแลกกับอะไรบ้าง
on-device แปลว่าอะไรกันแน่
คนไทยสายเทคคุ้นกับคำทับศัพท์ว่า on-device จากการตลาดของโทรศัพท์มือถือ ส่วนคำไทยที่ใช้กันทั่วไปคือ “ประมวลผลในเครื่อง” “ประมวลผลแบบโลคอล” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ทำงานออฟไลน์” ทั้งหมดหมายถึงเรื่องเดียวกัน คือการคำนวณเกิดขึ้นบนชิปของเครื่องที่อยู่ตรงหน้าคุณ ไม่ได้เกิดบนเครื่องของใครที่อื่น
สำหรับซอฟต์แวร์ทั่วไป ความต่างนี้อาจเป็นแค่เรื่องความเร็ว แต่สำหรับงานแปลงเสียงเป็นข้อความ สิ่งที่ต้องส่งเข้าไปประมวลผลคือไฟล์เสียงทั้งไฟล์ ไม่ใช่ข้อความสั้น ๆ ไฟล์เดียวอาจมีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล บทสนทนากับลูกค้า การประชุมภายในที่ยังไม่ประกาศ หรือเสียงของคนที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับผู้ให้บริการรายไหนเลย คำถามว่า “ไฟล์นี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง” จึงเป็นคำถามแรกที่ฝ่ายไอทีและฝ่ายกฎหมายขององค์กรไทยถามเสมอ
เส้นทางของไฟล์: คลาวด์กับในเครื่อง
บริการถอดเสียงแบบคลาวด์ทำงานเป็นลำดับประมาณนี้
- คุณอัปโหลดไฟล์เสียงหรืออนุญาตให้บอทเข้าร่วมห้องประชุมเพื่อบันทึก
- ไฟล์ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกประเทศ
- เซิร์ฟเวอร์ประมวลผลและเก็บทั้งไฟล์เสียงและบทถอดไว้ในบัญชีของคุณ
- คุณเปิดดูผลผ่านเว็บหรือแอป และไฟล์จะยังอยู่บนเซิร์ฟเวอร์นั้นจนกว่าคุณจะสั่งลบ
แบบประมวลผลในเครื่องตัดขั้นตอนที่ 2 และ 3 ออกทั้งหมด
- ไฟล์เสียงอยู่ในดิสก์ของคุณอยู่แล้ว หรือถูกอัดลงดิสก์โดยตรง
- แอปอ่านไฟล์นั้นแล้วให้ชิปในเครื่องคำนวณผลออกมาเป็นข้อความ
- ผลลัพธ์ถูกเขียนกลับลงดิสก์เครื่องเดิม
ไม่มีขั้นตอนไหนที่ต้องมีการเชื่อมต่อออกไปข้างนอก ผลพลอยได้ที่ตามมาคือแอปทำงานได้แม้ตัดอินเทอร์เน็ต และไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้ เพราะไม่มีเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร
เทียบให้เห็นภาพ
| ประเด็น | ประมวลผลในเครื่อง | บริการคลาวด์ |
|---|---|---|
| ต้องสมัครบัญชีไหม | ไม่ต้อง | เกือบทั้งหมดต้องสมัคร |
| ใช้บนเครื่องที่ตัดเน็ตได้ไหม | ได้ หลังโหลดโมเดลครั้งแรกแล้ว | ไม่ได้ |
| ไฟล์เสียงออกจากเครื่องไหม | ไม่ออก | ออก ต้องอัปโหลด |
| ที่เก็บบทถอด | ดิสก์ของคุณ | บัญชีบนเซิร์ฟเวอร์ผู้ให้บริการ |
| รูปแบบค่าใช้จ่าย | จ่ายครั้งเดียวหรือฟรี | รายเดือนหรือคิดตามนาที |
| ทรัพยากรที่ใช้ | ซีพียู จีพียู และดิสก์ของคุณ | ของผู้ให้บริการ เครื่องคุณแทบไม่ทำงาน |
| เครื่องเก่าหรือสเปกต่ำ | ช้าลงตามสเปก | เร็วเท่ากันทุกเครื่อง |
| การอัปเดตโมเดล | เกิดเมื่อคุณอัปเดตแอปเอง | ผู้ให้บริการเปลี่ยนได้ตลอดเวลา |
สังเกตว่าสองแถวล่างไม่ได้เข้าข้างฝั่งในเครื่อง นั่นคือของจริง ถ้าคุณใช้ Mac รุ่นเก่ากว่าและต้องถอดไฟล์ยาวทุกวัน คลาวด์เร็วกว่าแน่นอน ประเด็นคือคุณกำลังแลกความเร็วกับการที่ไฟล์เสียงไม่ต้องออกจากเครื่อง ไม่ใช่ได้ทุกอย่างฟรี ๆ
อะไรอยู่ในเครื่องจริง
คำว่า “ในเครื่อง” ถูกใช้อย่างหลวม ๆ ในการตลาดจนแทบไม่มีความหมาย จึงควรถามให้ชัดว่าอะไรบ้างที่อยู่ในเครื่องจริง สำหรับการถอดเสียงแบบ on-device เต็มรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ต้องอยู่ในเครื่องทั้งหมด
- โมเดลรู้จำเสียง — ไฟล์โมเดลถูกดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในดิสก์ ไม่ใช่เรียกใช้ผ่าน API ทุกครั้ง
- การถอดเสียงเป็นข้อความ — คำนวณบนชิปของเครื่อง
- การแยกผู้พูด — การตัดว่าใครพูดช่วงไหน เกิดในเครื่องเช่นกัน
- ลายเสียงที่บันทึกไว้ — ถ้าแอปจำเสียงคนได้ข้ามไฟล์ ข้อมูลลักษณะเสียงนั้นต้องเก็บอยู่ในเครื่อง ไม่ใช่ในฐานข้อมูลกลาง
- ไฟล์บันทึกและบทถอดทั้งหมด — อยู่ในโฟลเดอร์บนดิสก์ที่คุณเปิดดูเองได้
ส่วนสิ่งที่ยังต้องใช้อินเทอร์เน็ตมีเท่านี้: การดาวน์โหลดตัวแอป การดาวน์โหลดโมเดลครั้งแรก และการชำระเงินผ่าน App Store หลังจากนั้นคุณตัดเน็ตทิ้งแล้วใช้งานต่อได้ ซึ่งเป็นวิธีทดสอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด: ปิด Wi-Fi แล้วลองถอดไฟล์ดู ถ้ายังทำงานได้ก็แปลว่าเป็น on-device จริง
ข้อแลกเปลี่ยนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
การประมวลผลในเครื่องมีต้นทุนที่ผู้ขายมักไม่พูดถึง เขียนไว้ตรงนี้ให้ครบ
- กินพื้นที่ดิสก์ — โมเดลรู้จำเสียงมีขนาดตั้งแต่หลักร้อยเมกะไบต์ไปจนถึงระดับกิกะไบต์ ยิ่งโมเดลใหญ่ยิ่งแม่นและยิ่งกินพื้นที่
- ใช้พลังของเครื่องคุณเอง — ระหว่างถอดไฟล์ยาว เครื่องจะอุ่นขึ้นและพัดลมอาจทำงาน เป็นเรื่องปกติของงานที่ใช้ชิปเต็มที่
- เครื่องรุ่นเก่ากว่าช้ากว่า — ไม่มีเซิร์ฟเวอร์มาช่วยแบ่งงาน เวลาที่ใช้ขึ้นกับเครื่องที่คุณมี
- ต้องอัปเดตเอง — โมเดลจะดีขึ้นเมื่อคุณอัปเดตแอป ไม่ใช่ดีขึ้นเงียบ ๆ ฝั่งผู้ให้บริการ ข้อนี้เป็นข้อเสียสำหรับคนที่อยากได้ของใหม่ตลอด แต่เป็นข้อดีสำหรับงานที่ต้องการผลลัพธ์คงเส้นคงวา เพราะไม่มีใครเปลี่ยนโมเดลใต้เท้าคุณกลางโครงการ
ถ้าใครบอกว่าแบบในเครื่องไม่มีข้อเสียเลย แปลว่ายังไม่ได้ใช้งานจริงกับไฟล์ยาว ๆ
เรื่องภาษาไทยที่ต้องเข้าใจตรงกัน
ไม่ว่าจะประมวลผลที่ไหน ผลลัพธ์ภาษาไทยที่ได้จากการรู้จำเสียงคือร่างแรก เสมอ ภาษาไทยเขียนติดกันโดยไม่มีช่องว่างระหว่างคำ การตัดคำและการใส่วรรคตอนจึงเป็นการตีความของเครื่อง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในเสียง นอกจากนี้คนทำงานในไทยพูดปนคำทับศัพท์และชื่อระบบภาษาอังกฤษตลอดเวลา ซึ่งเป็นจุดที่ผลลัพธ์มักเพี้ยนที่สุด ให้เผื่อเวลาอ่านทวนและแก้ไว้เสมอ ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องมือของค่ายไหน
ประมวลผลในเครื่องแล้วเรื่อง PDPA จบหรือยัง
ยังไม่จบ และข้อนี้เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด เสียงพูดของบุคคลอื่นถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ไม่ว่าจะประมวลผลที่ไหนก็ตาม การที่การคำนวณเกิดขึ้นในเครื่องของคุณไม่ได้ทำให้ข้อมูลนั้นหมดสภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ได้แปลว่าคุณไม่ต้องมีฐานทางกฎหมายในการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น
สิ่งที่พูดได้ตรง ๆ มีข้อเดียวคือเรื่องสถาปัตยกรรม: ถ้าการประมวลผลเกิดในเครื่อง ไฟล์เสียงและบทถอดก็ไม่ได้ถูกส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการรายใด ซึ่งทำให้คำถามเรื่องการโอนข้อมูลออกนอกประเทศและเรื่องผู้ประมวลผลข้อมูลรายที่สามหายไปจากภาพ ส่วนคำถามว่าองค์กรของคุณใช้เครื่องมือแบบนี้กับข้อมูลชุดใดได้บ้าง เป็นคำถามที่ต้องถาม DPO หรือฝ่ายกฎหมายของคุณเอง หน้านี้ไม่ได้รับรองการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ให้กับซอฟต์แวร์ตัวไหนทั้งสิ้น
Lesskeys ทำแบบนี้อย่างไร
Lesskeys เป็นแอป macOS ที่อยู่บนแถบเมนู ออกแบบตามแนวทางที่อธิบายไว้ทั้งหน้านี้ คือการรู้จำเสียงและการแยกผู้พูดทำงานบนจีพียูของชิป Apple Silicon ในเครื่องคุณ ไฟล์เสียงและบทถอดอยู่ในดิสก์ของคุณ ไม่มีการอัปโหลด และไม่ต้องสมัครบัญชีใด ๆ รองรับ 99 ภาษา ตรวจจับภาษาให้อัตโนมัติ ใช้ได้ทั้งการลากไฟล์เสียงหรือวิดีโอเข้ามาถอด และการอัดเสียงประชุมจากฝั่ง Mac โดยตรง ส่วนการพิมพ์ด้วยเสียงนั้น ข้อความที่ถอดได้จะถูกคัดลอกไว้ในคลิปบอร์ดแล้วคุณกด ⌘V วางเอง แอปไม่พิมพ์ข้อความลงหน้าต่างอื่นแทนคุณ
ข้อกำหนดเครื่องคือ macOS 13 ขึ้นไป และต้องเป็น Mac ชิป Apple Silicon (M1 ขึ้นไป) เท่านั้น เครื่อง Intel ใช้ไม่ได้ ตรวจได้จากเมนู Apple › เกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้ ก่อนตัดสินใจซื้อ
ดาวน์โหลดฟรี จาก Mac App Store แล้วปลดล็อก Pro ภายในแอปด้วยการซื้อครั้งเดียว $49.99 ไม่ใช่รายเดือน (App Store ประเทศไทยจะแสดงราคาเป็นเงินบาทตามที่ Apple กำหนด) ในเวอร์ชันฟรีคุณพิมพ์ด้วยเสียงได้วันละ 5 นาที และถอดไฟล์เสียงได้ 5 ไฟล์กับวิดีโอ 5 ไฟล์ โดยนับรวมตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่ต่อวัน ส่วนการอัดเสียงเก็บไว้ไม่จำกัดจำนวน และการสั่งถอดซ้ำไฟล์ที่เคยถอดแล้วก็ไม่กินโควตา
ดาวน์โหลดฟรี จ่ายครั้งเดียว ไม่ใช่รายเดือน · ปลดล็อก Pro $49.99 ครั้งเดียว (App Store ไทยแสดงราคาเป็นเงินบาท) · ต้องใช้ macOS 13 ขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อย
on-device กับ offline ต่างกันไหม
โดยทั่วไปหมายถึงเรื่องเดียวกันในบริบทนี้ on-device เน้นว่าการคำนวณเกิดบนชิปของเครื่องคุณ ส่วน offline เน้นผลลัพธ์ว่าใช้งานได้โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต วิธีตรวจง่ายที่สุดคือปิด Wi-Fi แล้วลองใช้ ถ้ายังถอดเสียงได้ก็แปลว่าประมวลผลในเครื่องจริง
ต้องต่ออินเทอร์เน็ตตอนไหนบ้าง
ตอนดาวน์โหลดตัวแอป ตอนดาวน์โหลดโมเดลรู้จำเสียงครั้งแรก และตอนชำระเงินผ่าน App Store หลังจากนั้นการถอดเสียงและการแยกผู้พูดทำงานได้โดยไม่ต้องต่อเน็ต
ประมวลผลในเครื่องแม่นน้อยกว่าคลาวด์ไหม
ตัวแปรที่มีผลมากที่สุดคือคุณภาพเสียงและระยะห่างจากไมค์ ไม่ใช่ว่าประมวลผลที่ไหน สิ่งที่ต่างชัดกว่าคือเวลา เพราะไฟล์ยาวจะใช้เวลาตามสเปกเครื่องของคุณ และผลลัพธ์ภาษาไทยเป็นร่างแรกที่ต้องตรวจการตัดคำและวรรคตอนเสมอ ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือแบบใด
ประมวลผลในเครื่องแปลว่าสอดคล้องกับ PDPA แล้วใช่ไหม
ไม่ใช่ เสียงของบุคคลอื่นยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 แม้จะประมวลผลในเครื่อง คุณยังต้องมีฐานทางกฎหมายของคุณเองในการเก็บและใช้ข้อมูลนั้น สิ่งที่อธิบายได้คือสถาปัตยกรรมเท่านั้น ว่าไฟล์เสียงและบทถอดไม่ได้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ส่วนการใช้งานในองค์กรให้ตรวจสอบกับ DPO หรือฝ่ายกฎหมายของคุณ
ต้องใช้เครื่องแบบไหน
Mac ชิป Apple Silicon (M1 ขึ้นไป) เท่านั้น และต้องเป็น macOS 13 ขึ้นไป เครื่อง Intel ใช้ไม่ได้ ตรวจรุ่นชิปได้จากเมนู Apple แล้วเลือกเกี่ยวกับ Mac เครื่องนี้
ใช้ฟรีได้แค่ไหน
ดาวน์โหลดฟรี ใช้ฟรีได้โดยพิมพ์ด้วยเสียงวันละ 5 นาที และถอดไฟล์เสียง 5 ไฟล์กับวิดีโอ 5 ไฟล์ นับรวมตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่ต่อวัน การอัดเสียงเก็บไว้ไม่จำกัดจำนวน และการสั่งถอดซ้ำไฟล์เดิมไม่กินโควตา หากต้องการใช้เกินนี้จึงปลดล็อก Pro ด้วยการซื้อครั้งเดียว $49.99 ไม่ใช่รายเดือน